ลงทุนไปทำงานบนเรือสำราญ..คุ้มมั้ย!?
เงิน :: ว่ากันด้วยเรื่องของงานเรือสำราญที่ไม่เหมือนงานอื่นๆ เนื่องจากถ้าคุณผ่านสัมภาษณ์งานแล้ว ไม่ใช่ว่าจะเก็บของ บินไปขึ้นเรือทำงานได้เลย มันยังมีขั้นตอน รวมถึงเอกสารต่างๆ รวมถึงทดสอบภาษาอังกฤษ ตรวจสุขภาพ ทำวีซ่าซึ่งกว่าจะได้ขึ้นเรือจริงๆใช้เวลาไม่น้อย รวมถึงค่าใช่จ่ายที่ต้องใช้ไปสำหรับค่าเอกสารและค่าเดินทางต่างๆ นี่ยังไม่พูดถึงคนที่ไม่มีประสบการณ์แต่อยากไปทำงานเรือ เลยต้องไปลงเรียนคอร์สต่างๆเพื่อเก็บประสบการณ์ ค่าคอร์สไม่ต่ำกว่าครึ่งแสน!! นี่ยังไม่รับรองว่าจะได้งานด้วยหรือไม่ เพราะมีหลายคนที่ไปลงเรียนคอร์สที่ว่าแล้วก็สัมภาษณ์ไม่ผ่าน ถ้ามีใครบอกว่ากว่าจะขึ้นไปทำงานบนเรือได้นั้นหมดเงินไปเกือบแสน อันนี้เรื่องจริงค่ะ
เงินเดือนงานเรือสำราญ :: อันนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ถ้าตำแหน่งกลางๆหน่อย ก็ 6-8 หมื่นบาท ทำ 8 เดือน ใช้ประหยัดๆหน่อย ก็ได้เงินก้อนกลับไทย แต่หลายๆคนขึ้นไปในตำแหน่งล่างสุด (bottom position) งานหนักและเงินน้อยสุด ถ้าตีเป็นเลขกลมๆก็ 3หมื่น ทำ 8 เดือน ไหนจะเที่ยว ไหนจะชอปปิ้ง ไหนจะส่งมาใช้หนี้ที่ไทย สมมุติเหลือกลับมาถึงแสนบาท แต่อย่าลืมว่าก่อนขึ้นเรือคุณหมดไปเท่าไหร่ ดังนั้นไปคอนแทรคแรกอาจจะยังไม่คุ้มทุน ต้องไปซัก2-3 คอนแทรค
แต่! ไม่ใช่ทุกคนที่กลับขึ้นไปอีก เพราะหลายคนค้นพบว่าไม่ชอบ งานเรือไม่ใช่แนว ก็อำลาวงการนี้ไปอย่างน่าเสียดาย บางคนอยู่ได้ 2-3 วันก็ขอบินกลับแล้ว ดังนั้นคิดให้ดีๆนะคะ
เวลา :: อยากที่กล่าวข้างต้น งานเรือมีการทำเอกสาร ดำเนินการต่างๆ กว่าเราจะได้ใบจ๊อบ(job letter) ใบจ้างงานจากบริษัทเรือ อย่างของเรา ตั้งแต่สมัคร ทำเอกสารต่างๆจนถึงวันที่ได้ขึ้นเรือ ใช้เวลา 1 ปี !!ตอนแรกได้ใบจ๊อบมาก็ถอดใจไม่อยากไปแล้ว แต่คิดถึงเงินกับเวลาที่เสียไปก็เลยลองไปให้รู้แล้วรู้รอด ในส่วนของคนที่ไม่มีประสบการณ์เลย แล้วไปลงคอร์สเรียน กว่าคุณจะเรียนจบ กว่าจะได้สัมภาษณ์ กว่าจะทำเอกสาร กว่าจะได้ใบจ๊อบ หลายคนอายุไม่น้อยแล้ว คุณยอมเสียเวลาเป็นปีๆ เพื่องานนี้จริงๆเหรอ
สุขภาพ :: งานเรือจะทำทุกวัน ไม่มีวันหยุด จนกว่าจะหมดคอนแทรค ดังนั้นร่างกายรวมไปถึงจิตใจคุณต้องแข็งแกร่งและมีความอดทน ด้านร่างกาย แน่นอนก่อนขึ้นเรือมีการตรวจสุขภาพก่อนขึ้นเรือ แต่ระหว่างทำไปแล้วอาจจะเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน บางคนหมอส่งกลับมารักษาหาย ก็กลับขึ้นไปทำใหม่ บางคนก็ไม่กลับไปอีกแล้ว เพราะงานหนักเกิน อันนี้เราเคยป่วยแล้วโดนส่งกลับมารักษาที่ไทย (medical disembarkation) แล้วได้คุยกับคุณหมอ หมอบอกว่าเค้าไม่กลับไปทำแล้ว เพราะงานหนักเกิน
นอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพใจก็สำคัญค่ะ หลายๆคนถึงจะตัวเล็กแต่ทำได้จนจบคอนแทรคเพราะเค้าสุขภาพใจดีค่ะ คิดบวกกับทุกสถานการณ์ เอ็นจอยกับงานและชีวิตบนเรือ ทำให้เค้าอยู่รอดจนจบคอนแทรค แต่หลายคนอาจจะไม่เคยมาทำงานไกลบ้าน ไหนจะเพื่อนร่วมงานต่างชาติ ไหนจะการใช้ชีวิตบนเรือที่ไม่เหมือนบนฝั่ง มีหลายๆอย่างให้ต้องปรับตัว ความกดดันจากการทำงาน อันนี้ทำให้ไปต่อไม่ไหว ขอบินกลับเลย
ความสัมพันธ์กับคนบนฝั่ง :: ด้วยความที่มาทำงานไกลบ้าน เวลาก็แตกต่างกัน ทำให้การติดต่ออาจจะห่างหาย หลายคนมีแฟนที่ไทยค่ะ ขึ้นเรือมาได้เดือนสองเดือนก็ถูกแฟนบอกเลิก ร้องไห้เสียใจ งานก็ต้องทำ ร้องไห้ก็ต้องร้อง ไหนขึ้นเรือมาใหม่ๆอาจจะหาเพื่อนปลอบใจยังไม่ได้ ต้องเผชิญสถานการณ์คนเดียว กลับกัน คุณอาจจะส่งแฟนคุณขึ้นไปทำงานบนเรือ แต่ด้วยความห่าง รวมกับแฟนคุณไปเจอคนใหม่ๆ อาจจะทำให้คุณต้องเลิกกับแฟนเพียงเพราะเค้า/เธอ-ขึ้นไปทำงานบนเรือ ดังนั้นก่อนขึ้นมาบนเรือตัดสินใจดีๆนะคะ แต่ถ้าจะมาแล้วก็ตกลงกันว่าจะทำยังไงให้ความสัมพันธ์ราบรื่น
ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองชั่งใจดูนะคะว่าลงทุนไปขนาดนี้แล้ว จะได้รับผลตอบแทนกลับมาคุ้มค่าหรือไม่
ติดตามชีวิตลูกเรือสำราญ 239 วันได้ที่ >> https://www.mebmarket.com/ebook-127839-บันทึก-239-วัน-เมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ
ถ้ามีคำถามสงสัยแวะไปที่เพจได้เลยจ้า
>> https://www.facebook.com/Journeyofarrow

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น