ขั้นตอนการสมัครเรือสำราญ 2018

ขั้นตอนของแต่ละเอเจนซี่ แต่ละบริษัทเรือจะไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆ แต่ก็จะคล้ายๆกัน 



จากประสบการณ์ของเรานะคะก็เริ่มจาก

1)    หาเอเจนซี่ที่ไว้ใจได้ เพราะเค้าจะทำงานร่วมกับบริษัทเรือ พอเปิดรับสมัครเราก็ไปสมัครค่ะ หลักๆเลยคือมีเรซูเม่ (ประวัติส่วนตัวของเรา) มีpre-screen ก่อนค่ะ ว่าพอมีประสบการณ์มั้ย ภาษาอังกฤษสื่อสารได้มั้ย พอผ่าน pre-screen ก็เข้าสู่รอบ final interview อันนี้เป็นด่านสำคัญว่าเราจะได้งานมั้ย

2)    ถ้าสัมภาษณ์ผ่านรอบfinal”กับบริษัทเรือ ก็จะมาถึงช่วงลงทะเบียน/ ทำmarlins test (ควรได้ 80% ขึ้นไป)

(พาสปอร์ต ควรเหลืออายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 2 ปีค่ะ ของเราเหลือไม่ถึงปี ทางเอเจนซี่บอกให้ไปทำใหม่ค่ะ)

3)    ของตำแหน่งเราทำแผนกห้องอาหารค่ะ (Food service) ก่อนขึ้นเรือจะมีการเทรนเกี่ยวกับservice ต่างๆบนเรือ ใช้เวลาเทรนทั้งหมด 10 วันค่ะ มีสอบทุกวัน (เรียน+สอบ ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมดเลยค่ะ) ถ้าทำข้อสอบไม่ผ่าน ได้ต่ำกว่า 80% จะโดนเชิญออกจากคลาสค่ะ คือไม่ได้ไปต่อ (คอร์สเทรนต้องจ่ายตังค์เอง)

4)    จากนั้นก็ไปเทรนเซฟตี้ค่ะ คนทำงานเรือต้องผ่านหลักสูตรนี้ (STCW) เป็นการอบรมเกี่ยวกับควาปลอดภัยต่างๆ เช่น การดับเพลิง การปั๊มหัวใจ การเอาตัวรอดกลางทะเล ของเราเทรน6วัน (บริษัทเรือออกค่าใช้จ่ายให้ค่ะ ถ้าบริษัทเรือไม่ออกให้ ก็ต้องไปหาที่เทรนเอง ค่าใช้จ่ายประมาณ 1-2หมื่นบาทค่ะ)

5)    ทำ seaman book เป็นเอกสารสำคัญของลูกเรือค่ะ เล่มคล้ายๆพาสปอร์ตค่ะ ไปทำได้ที่กรมเจ้าท่า

6)    ตรวจสุขภาพก่อนขึ้นเรือค่ะ (health checking-up) อันนี้ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลที่ทางเรือเค้าต้องการค่ะ

7)    จ่ายค่ามัดจำกับทางเอเจนซี่ค่ะ อันนี้แล้วแต่ละเจ้านะคะ ของเราจ่ายค่ามัดจำ 25,000 บาทค่ะ

มัดจำเป็นค่าทำวีซ่า ค่าทำเอกสารต่างๆ แต่จะได้คืนบางส่วนก่อนขึ้นเรือนะคะ (ของเราได้คืนหลังจากขึ้นเรือไปแล้วค่ะ - -“)

8)    หลังจากจ่ายมัดจำ เอเจนซี่จะเดินเรื่องทำวีซ่าให้ ของเราทำบริษัทอเมริกัน ต้องทำวีซ่าอเมริกาค่ะ

เป็นวีซ่าลูกเรือ เรียกว่า C1/D (อ่านว่า ซีวันดี)

9)    หลังจากเทรนทุกอย่างเสร็จ ได้วีซ่ามาแล้ว ก็รอใบจ๊อบค่ะ (job letter) คือใบจ้างงานจากบริษัทเรือว่าเราจะได้ไปขึ้นเรือที่ไหน วันไหน ทำกี่เดือน อันนี้ไม่มีใครบอกได้ว่าเราจะได้ใบจ๊อบเมื่อไหร่

ตัวแทนจากบริษัทเรือที่เราสัมภาษณ์กับเค้ายังบอกเลยว่า ถ้าใครมีงานทำให้ทำต่อไป ส่วนใครที่ไม่ได้ทำงานให้ไปหางานทำรอใบจ๊อบก่อน (ของเราหลังจากเทรนเสร็จทำวีซ่าเสร็จแล้ว ใช้เวลา 6เดือน ถึงจะได้ใบจ๊อบค่ะ ได้ใบจ๊อบเดือนมีนา ไปขึ้นเรือเดือนสิงหา สิริรวม 1ปีค่ะ!! กว่าจะได้ขึ้นเรือ)

หลักๆคือ อย่าลาออกจากงานจะกว่าจะได้ใบจ๊อบนะคะ

10)                      ทำวีซ่าที่สอง อันนี้หมายถึงถ้าใครไม่ได้ไปขึ้นเรือที่อเมริกา อย่างเราคอนแทรคแรกไปขึ้นเรือที่เนเธอแลนด์ค่ะ ต้องไปทำวีซ่าเนเธอแลนด์ แต่ถ้าได้ไปขึ้นเรือที่อเมริกาคือเก็บของ รอบินเลย เพราะมีวีซ่าอเมริกาอยู่แล้ว

11)                      ก่อนบินออกจากประเทศไทย ต้องติดต่อกรมแรงงานด้วยค่ะ เพื่อแจ้งว่าเราจะไปทำงานต่างประเทศ แจ้งประมาณ 1 อาทิตย์ก่อนบิน

12)                      พอถึงวันบิน ก็ไปเจอเอเจนซี่ที่สนามบินค่ะ เค้าจะเอาเอกสารทั้งหมดให้เราค่ะ จากนั้นก็ยื่นเอกสารกับกรมแรงงาน ตรงชั้น 4 สนามบินสุวรรณภูมิขาออกค่ะ แล้วก็เข้าเกทไปเลย

จะเห็นว่างานเรือขั้นตอนเยอะๆ ทำเอกสารแยะ กว่าจะได้ขึ้นเรือไม่ง่ายเลย ลงทุนทั้งเงินและเวลา

แต่มีหลายๆคนที่ขึ้นไปบนเรือได้ 2-3 วันแล้วขอบินกลับ น่าเสียดายมากๆ แต่ความอดทนของแต่ละคนไม่เท่ากัน เราไม่อาจรู้ได้ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนสู้ให้สุดๆก่อนตัดสินใจบินกลับนะคะ

หวังว่าโพสต์จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านในการตัดสินใจขึ้นไปทำงานเรือสำราญนะคะ

ติดตามชีวิตลูกเรือสำราญ 239 วันได้ที่ >> https://www.mebmarket.com/ebook-127839-บันทึก-239-วัน-เมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ

ถ้ามีคำถามสงสัยแวะไปที่เพจได้เลยจ้า >> https://www.facebook.com/Journeyofarrow



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กิจวัตรประจำวันของลูกเรือ (Cruise ship life)

5 ข้อดีของการไปทำงานบนเรือสำราญ

ข้อเสียของการไปทำงานเรือสำราญ